home,repair,homes,repairs,house,houses,decoration,decor,decorations,fix,fixing,หาดใหญ่,สงขลา

หน้าหลัก > บทความ > มารู้จักพรมปูพื้นแต่ละชนิด ก่อนใช้แต่งบ้านกันเถอะ !

มารู้จักพรมปูพื้นแต่ละชนิด ก่อนใช้แต่งบ้านกันเถอะ !

มาทำความรู้จักพรมปูพื้นให้มากขึ้น ด้วยข้อแตกต่างและคุณสมบัติของพรมปูพื้นแต่ละชนิดว่ามีข้อดี-ข้อเสียอย่างไรบ้าง พร้อมชมตัวอย่างห้องสวย ๆ ที่ตกแต่งด้วยพรมปูพื้นกันค่ะ 

          ในปัจจุบันนอกจากพื้นกระเบื้องหรือพื้นไม้แล้ว พรมปูพื้นก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่นิยมใช้กัน เพราะให้ความอบอุ่น สบาย นุ่มเท้า จะนอนหรือนั่งก็ให้สัมผัสที่ดี นอกจากนั้นยังมีหลายแบบหลายสไตล์ให้เลือก ทั้งลวดลาย สี หรือแม้แต่ลายเส้นการทอ ไม่ว่าจะแต่งห้องแบบไหนก็เข้ากันได้กับทุกสไตล์ ในท้องตลาดจึงมีพรมปูพื้นชนิดต่าง ๆ มากมาย โดยปกติแล้วพรมปูพื้นจะแบ่งตามชนิดของเส้นใย และมี 6 ชนิดหลัก ๆ  ซึ่งแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติและข้อดีข้อเสียแตกต่างกันดังนี้ค่ะ

1. พรมไนลอน (Nylon)

          เป็นพรมที่นิยมใช้กันมากเพราะมีหลากหลายสี คุณสมบัติทนทานมากที่สุด สามารถกันน้ำ รอยขีดข่วน เชื้อรา และสารเคมีต่าง ๆ ได้ดีทั้งยังดูแลรักษาง่าย ส่วนราคานั้นก็ไม่แพงมาก แต่จะสูงกว่าพรมโพลีเอสเตอร์และโพลีโพรไพลีนเล็กน้อย เมื่อโดนแสงแดดเป็นเวลานานสีจะซีด มีอายุการใช้งานประมาณ 12–15 ปี

2. โพลีโพรไพลีน (Polypropylene)

          พรมชนิดนี้ได้รับความนิยมรองลงมาจากพรมไนลอน มีคุณสมบัติป้องกันคราบสกปรกได้ดีที่สุด แต่โพลีเอสเตอร์จะกันน้ำได้ดีกว่า นอกจากนั้นยังป้องกันรอยขีดข่วนและเชื้อรา ทำความสะอาดง่าย เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น ห้องนั่งเล่น ใช้กับสนามกีฬาหญ้าเทียมก็ยังได้ ส่วนราคานั้นจะต่ำกว่าพรมขนสัตว์ ไนลอนและโพลีเอสเตอร์

3. พรมโพลีเอสเตอร์ (Polyester)

          พรมชนิดนี้ให้ความรู้สึกที่หรูหรา นุ่มสบาย มีคุณสมบัติกันน้ำได้ดีที่สุด แต่ถ้าเป็นคราบสกปรกนั้นยังเป็นรองพรมไนลอนอยู่ แต่ข้อเสียของพรมชนิดนี้ก็มีเช่นกัน นั่นก็คือทำความสะอาดค่อนข้างยาก ไม่สามารถรองรับการใช้งานและน้ำหนักได้มากเหมือนพรมชนิดอื่น ๆ และสีจะซีดถ้าโดนแดดเป็นเวลานาน ฉะนั้นจึงเหมาะกับพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งานหนัก เช่น ห้องนอน

4. พรมโพลีเอทิลีน (Polyethylene)

          พรมชนิดนี้ถือว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะส่วนใหญ่แล้วพรมโพลีเอทิลีนจะทำมาจากฝาขวดรีไซเคิล ข้อดีของพรมชนิดนี้คือมีสีสดใสและเท็กเจอร์ที่หลากหลาย มีคุณสมบัติป้องกันคราบมากกว่าไนลอน เนื่องจากทำมาจากพลาสติกจึงไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ราคาต่ำกว่าพรมขนสัตว์และไนลอน แต่สัมผัสที่ได้จะไม่ค่อยสบายสักเท่าไรเพราะทำมาจากพลาสติก

5. พรมขนสัตว์ (Wool)

          พรมขนสัตว์เป็นพรมที่มีราคาสูงที่สุดเนื่องจากทำมาจากธรรมชาติ 100% มีความหรูหรา หนานุ่ม แข็งแรง ป้องกันคราบและรอยเปื้อนได้ดี ให้สัมผัสที่นุ่มสบายที่สุดในบรรดาชนิดของพรมทั้งหมด พรมขนสัตว์ค่อนข้างทนทานต่อการใช้งานและมีหลายสีให้เลือก แต่ข้อเสียคืออาจก่อให้เกิดภูมิแพ้ ดูแลทำความสะอาดยาก สีจะซีดถ้าโดนแดดและสารเคมีที่ใช้ทำความสะอาด และเมื่อใช้ไปสักระยะจะมีแมลงต่าง ๆ มาอาศัยอยู่ ฉะนั้นจึงต้องหมั่นทำความสะอาดเป็นประจำ

6. พรมอะคริลิก (Acrylic)

          พรมอะคริลิกเป็นพรมที่ทำขึ้นมาเลียนแบบพรมขนสัตว์ มีลักษณะและสัมผัสคล้ายกับพรมขนสัตว์แต่ราคาจะถูกกว่ามาก ข้อดีของพรมชนิดนี้คือไม่ก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิต กันความชื้น คราบสกปรก แต่จะไม่แข็งแรงทนทาน ไม่เหมาะกับการใช้งานหนัก

          รู้จักชนิดและคุณสมบัติของพรมแต่ละชนิดกันไปแล้ว ทีนี้การเลือกพรมปูพื้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่รู้ว่าพื้นที่ที่เราจะใช้นั้นมีลักษณะการใช้งานแบบใด แต่อย่างไรแล้วไม่ว่าจะเป็นพรมชนิดใดก็ควรหมั่นดูแลรักษา นำพรมมาซักทำความสะอาดและขจัดฝุ่นเป็นประจำ เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานและสุขภาพของทุกคนในบ้าน และเราก็มีตัวอย่างห้องสวย ๆ ที่ตกแต่งด้วยพรมมาฝากกันด้วย เผื่อใครจะเก็บไปเป็นไอเดียไว้ตกแต่งบ้านของตัวเองบ้าง 
 

พรมปูพื้น

ภาพจาก erinwilliamsondesign 

พรมปูพื้น
ภาพจาก secret-berbere 

พรมปูพื้น
ภาพจาก optimise-design 

พรมปูพื้น
ภาพจาก herzundblut 

พรมปูพื้น
ภาพจาก studiojamieson 

พรมปูพื้น
ภาพจาก tg-studio 

พรมปูพื้น
ภาพจาก swanarchitecture

พรมปูพื้น
ภาพจาก erinwilliamsondesign

พรมปูพื้น
ภาพจาก rikkisnyder

พรมปูพื้น
ภาพจาก rikkisnyder 

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก : http://home.kapook.com/view128547.html

ความคิดเห็น