home,repair,homes,repairs,house,houses,decoration,decor,decorations,fix,fixing,หาดใหญ่,สงขลา

หน้าหลัก > ข่าวสาร > อสังหาฯ เมืองชายทะเลน่าห่วง ซัปพลายเหลืออื้อ ธปท.หวั่นภัยแล้งกระทบ ศก.

อสังหาฯ เมืองชายทะเลน่าห่วง ซัปพลายเหลืออื้อ ธปท.หวั่นภัยแล้งกระทบ ศก.

อสังหาฯ เมืองชายทะเลทางภาคใต้ส่อมีปัญหา หลังซัปพลายเหลือขายในตลาดมีจำนวนมาก ธปท.ประเมินภัยแล้งอาจจะกระทบต่อส่งออก ลามถึงการเติบโตของเศรษฐกิจได้ ขณะที่บิ๊กแอล.พี.เอ็น.ฯ คาดไตรมาส 3 อสังหาฯ คึกคัก ผู้ประกอบการเปิดโครงการ อัดแคมเปญเร่งยอดขาย
       
       นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวในงานสัมมนาวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยเมืองชายทะเล ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต สงขลา ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี พบว่า ปัจจุบันสินค้าที่อยู่อาศัยเหลือขาย (ซัปพลาย) มีมาก แต่อัตราการขายชะลอลดลงเกือบทุกตลาด ซึ่งจังหวัดที่ได้กล่าวมาข้างต้นจะใช้เวลาในการดูดซับหมดเฉลี่ย 16-24 เดือน ภายใต้เงื่อนไขไม่มีการเปิดโครงการใหม่เลย อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการมีการชะลอเปิดตัวโครงการใหม่
       
       และหากลงลึกในรายจังหวัด จังหวัดภูเก็ต อัตราการดูดซับคอนโดมิเนียมทรุดหนัก ลดลงจาก 9.4% ในปี 2556 เหลือ 4.9% ต่อเดือนในปี 2557 ส่วนบ้านจัดสรรลดลงจาก 6.6% ต่อเดือน เหลือ 5.2% บ้านพักตากอากาศ ลดลงจาก 6.7% ต่อเดือน เหลือ 5.9% เช่นเดียวกับประจวบคีรีขันธ์ อัตราการดูดซับบ้านจัดสรรอยู่ที่ 3.7% ต่อเดือน ถือว่าช้ามากเช่นเดียวกันต้องใช้เวลา 2 ปี ในการดูดซับหมด ส่วนคอนโดฯ อัตราดูดซับ 4.1%
       
       ทั้งนี้ จ.ภูเก็ต มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายจำนวนรวม 35,500 ยูนิต มูลค่ารวม 133,500 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 14,700 ยูนิต มูลค่า 61,900 ล้านบาท เหลือขายประมาณ 3,600 ยูนิต มูลค่ารวม 16,700 ล้านบาท
       
       ด้านคอนโดมิเนียม ที่อยู่ระหว่างการขายรวม 98 โครงการ จำนวนรวม 19,700 ยูนิต มูลค่าประมาณ 71,600 ล้านบาท เหลือขาย 5,500 ยูนิต มูลค่า 23,200 ล้านบาท บ้านพักตากอากาศมี 55 โครงการ รวม 1,100 ยูนิต ราคาเฉลี่ยมากกว่า 15 ล้านบาทขึ้นไป เหลือขายอย่างน้อย 1 ยูนิต
       
       จ.สงขลา มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายรวม 13,700 ยูนิต มูลค่ารวม 133,500 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ใน อ.หาดใหญ่ อ.เมืองสงขลา และ อ.สะเดา แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 8,400 ยูนิต มูลค่ารวม 37,000 ล้านบาท เหลือขาย 3,300 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 14,400 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมรวม 5,300 ยูนิต มูลค่ารวม 12,100 ล้านบาท เหลือขาย 1,700 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 3,900 ล้านบาท
       
       จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายรวม 10,200 ยูนิต เป็นจัดสรรประมาณ 3,800 ยูนิต มูลค่า 18,000 ล้านบาท เหลือขายประมาณ 1,700 ยูนิต หรือมูลค่า 7,800 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม รวม 6,200 ยูนิต มูลค่า 28,900 ล้านบาท เป็นโครงการที่สูงไม่เกิน 8 ชั้นเกือบทั้งหมด เหลือขาย 2,000 ยูนิต มูลค่าประมาณ 9,300 ล้านบาท และมีโครงการบ้านพักตากอากาศ 200 ยูนิต อยู่ในอำเภอหัวหินทั้งหมด และทั้งหมดเป็นบ้านเดี่ยว
       
       ขณะที่ จ.เพชรบุรี มีโครงอยู่ระหว่างการขาย 15,800 ยูนิต แบ่งเป็นยูนิตบ้านจัดสรรประมาณ 2,650 ยูนิต มูลค่ารวม 11,200 ล้านบาท เหลือขาย 1,100 ยูนิต หรือมูลค่า 4,200 ล้านบาท คอนโดมิเนียมประมาณ 13,100 ยูนิต มูลค่ารวม 49,700 ล้านบาท เหลือขาย 2,900 ยูนิต มูลค่าเหลือขาย 11,600 ล้านบาท และบ้านพักตากอากาศประมาณ 65 ยูนิต อยู่ในอำเภอชะอำทั้งหมด และทั้งหมดเป็นบ้านเดี่ยว 

 
อสังหาฯ เมืองชายทะเลน่าห่วง ซัปพลายเหลืออื้อ ธปท.หวั่นภัยแล้งกระทบ ศก.
โอภาส ศรีพยัคฆ์

        ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)โดยนางวจีทิพย์ พงษ์เพ็ชร ผู้อำนวยการอาวุโส ธปท. สำนักงานภาคใต้ กล่าวว่า ราคาพืชผลการเกษตรในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ไม่ดี ซึ่งมีผลกระทบต่อรายได้ทางภาคใต้ แต่การบริโภคยังพอไปได้ สะท้อนจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการท่องเที่ยวยังเติบโตได้จึงเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามผลกระทบเรื่องภัยแล้ง และการส่งออกที่อาจกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจได้
       
       ด้านสินเชื่อโครงการ (พรีไฟแนนซ์ ) ตั้งแต่ปี 56 เริ่มชะลอตัว เนื่องจากสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ แต่ด้านสินเชื่อเพื่อรายย่อย (โพสต์ไฟแนนซ์) ยังขยายตัวได้ เพราะสถาบันการเงินยังมีความต้องการปล่อยสินเชื่อ เพราะเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำ ราคาขายไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น
       
       นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ต กล่าวยอมรับว่า ช่วงนี้เป็นตลาดของผู้ซื้อ ราคาขายที่อยู่อาศัยใน จ.ภูเก็ต ได้ปรับลงมาเท่ากับช่วงที่เปิดตัวเมื่อ 2 ปีก่อน หรือเท่ากับไม่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม
       
       นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN กล่าวยอมรับว่า ภาคอสังหาฯ ในปีนี้จะเติบโตไม่มาก อันมีปัจจัยมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นความคึกของภาคอสังหาฯ ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งเป็นผลมาจากภาคธุรกิจที่เปิดโครงการใหม่ และมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น
       
       “ครึ่งปีแรกฝั่งคนขายจะเงียบ เห็นได้จาการเปิดตัวโครงการไม่มาก ส่วนครึ่งปีหลัง ฝั่งคนขายจะคึกคักเพราะเร่งการเปิดโครงการ และจัดกิจกรรมการตลาด ทำให้ฝั่งคนซื้อคึกคักไปด้วย”
       

 

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก : http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000075474

ความคิดเห็น