home,repair,homes,repairs,house,houses,decoration,decor,decorations,fix,fixing,หาดใหญ่,สงขลา

หน้าหลัก > ข่าวสาร > ธอส.หนุนการเคหะฯ- เอกชนผุดบ้านเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ธอส.หนุนการเคหะฯ- เอกชนผุดบ้านเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ธอส.เชื่อภายใน 2-3 ปีเขตเศรษฐกิจพิเศษโตก้าวกระโดดหลังพัฒนาระบบสาธารณูปโภคแล้วเสร็จหนุนปล่อยกู้เอกชน-การเคหะฯ สร้างที่อยู่อาศัยในเขตเศรษฐกิจพิเศษ พร้อมเผยเตรียมเพิ่มวงเงิน 10,000 ล้านบาท ปล่อยกู้ตามมาตรการกระตุ้นอสังหาฯเอง ไม่รองบรัฐบาล หลังมีลูกค้าขอเงินกู้ในโครงการแล้ว 16,000 ล้านบาท
       
       วานนี้ (24 พ.ย.58) ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ จัดงานสัมมนาวิชาการในหัวข้อ "อสังหาริมทรัพย์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ" โดยนายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ประธานกรรมการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์และประธานกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. เป็นประธานกล่าวเปิดงานว่า ตามที่ภาครัฐมีแนวคิดที่จะเข้าไปพัฒนา และ จัดหาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 6 จังหวัด ได้แก่ ตาก มุกดาหาร หนองคาย สระแก้ว ตราด และสงขลา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการพัฒนาพื้นที่และระบบสาธารณูปโภครองรับ โดยคาดว่าจะเริ่มโครงการในปี 2561 โดยเชื่อว่าจะนำความเจริญเข้าสู่พื้นที่อย่างมาก และมีความต้องการที่อยู่อาศัยจากผู้ที่ทำงานภายในนิคมทั้งจากแรงงาน พนักงาน ผู้บริหาร เจ้าของกิจการ
       
       ทั้งนี้ ธอส.พร้อมที่จะสนับสนุนสินเชื่อให้ประชาชนซื้อที่อยู่อาศัยในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะการสนับสนุนสินเชื่อผ่านโครงการที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ นอกจากนี้ยังพร้อมสนับสนุนสินเชื่อแก่เอกชนที่ต้องการลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัย อาทิ ลงทุนสร้างอพาร์ตเนนท์ หอพัก ให้เช่าอีกด้วย
       
       นายสุรชัย กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการปล่อยสินเชื่อตามมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐวงเงินกู้ 10,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีประชาชนแสดงความจำนงค์ขอสินเชื่อแล้ว 16,000 ล้านบาท โดยอนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 5,000 ล้านบาท คาดว่าจะอนุมัติครบ 10,000 ล้านบาทภายในมกราคม 2559 แม้ว่าปัจจุบันจะมีผู้แสดงความจำนงค์ขอสินเชื่อเกินกว่ากรอบวงเงินที่รัฐบาลสนับสนุน 10,000 ล้านบาท แต่ธอส.ก็ยังคงเปิดรับคำขอสินเชื่อในโครงการดังกล่าวต่อไป ซึ่งธอส.เตรียมเพิ่มวงเงินกู้อีกจำนวน 10,000 ล้านบาท โดยไม่ขออนุมัติจากรัฐบาลและจะใช้เกณฑ์และสิทธิพิเศษเดียวกับสินเชื่อตามมาตรการของรัฐ
       
       "โครงการสินเชื่อตามมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ถือว่าเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของสินเชื่ออย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ทำให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้น แต่เมื่อรัฐบาลออกมาตรการด้านสินเชื่อออกมา ทำให้ธนาคารพาณิชย์หันผ่อนคลายเกณฑ์การให้สินเชื่อลงเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวจะช่วยหนุนตลาดอสังหาฯให้เติบโตได้ดีนับจากนี้"นายสุรชัยกล่าว 

อสังหาฯรอบเขตเศรษฐกิจพิเศษโตก้าวกระโดด
       นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษขณะนี้ อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค โดยพื้นที่ที่มีความพร้อมมากที่สุด คือ เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก ซึ่งจะเป็นพื้นที่นำร่องก่อนพัฒนาในเขตอื่นต่อ ๆ ไป ส่วนการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษจะเริ่มคักคักและเติบโตมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีต่อจากนี้ เนื่องจากจะมีความต้องการจากผู้ที่เข้าไปทำงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยความต้องการที่อยู่อาศัยมีทั้งจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานระดับกลาง-ล่างจะอยู่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษหรือพื้นที่ใกล้เคียง ไม่เกินรัศมี 5 กิโลเมตร ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ส่วนผู้บริหารระดับสูง จะอยู่อาศัยในเมืองหรือเขตเทศบาลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3-5 ล้านบาทขึ้นไป
       
       นอกจากความต้องการที่อยู่อาศัยทั้งบ้าน หอพัก อพาร์ตเมนท์แล้วยังมีความต้องการด้านอื่นๆ อาทิ ร้านค้า ร้านอาหาร อาคารพาณิชย์ คอมมูนิตี้มอลล์หรือห้างสรรพสินค้า คลังสินค้าเป็นต้น โดยกลุ่มที่จะมีการเติบโตมากคือ กลุ่มโรงแรมบัดเจดโฮเทลที่ราคาไม่สูงมากนัก ประมาณ 1.5-2 พันบาทต่อคืน รองรับกลุ่มคนที่เดินทางมาทำงานในระยะสั้น
       
       ส่วนราคาที่ดินของจังหวัดเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับเขตเศรษฐกิจพิเศษ ช่วงก่อนหน้านี้มีการปรับเพิ่มขึ้นสูงมาก เช่น ราคาที่ดิน จ.ตาก ช่วง 3-4 ปีก่อนราคา 12 ล้านบาทต่อไร แต่ปัจจุบันราคา 20 ล้านบาทต่อไร่ แต่หลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้ที่ดินของที่ราชพัสดุในการทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทำให้ราคาที่ดินค่อนข้างนิ่งแทบไม่มีการซื้อขาย แต่ในบางโซนในพื้นที่ย่านใจเมืองและพื้นที่ที่มีการพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคใหม่ ๆ เพิ่ม เช่น การตัดถนน เป็นต้น ซึ่งส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยยังปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
       
       ด้านนายอัฐพล จิรวัฒน์จรรยา ผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 12 การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ขณะนี้ ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) เศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. ... อยู่ระหว่างนำเสนอกระทรวงอุตสาหกรรม และเตรียมเสนอให้ ครม. พิจารณา ก่อนส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจาณาและเสนอต่อไปยัง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) พิจารณาเพื่อประกาศบังคับใช้กฎหมาย คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2559 โดยกฎหมายนี้จะมาทดแทนพ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรม โดยต้องยุบ กนอ. และจัดตั้งเป็นสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจพิเศษ และมีคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทำหน้าที่ดูแลบริหารจัดการ
       
       ส่วนรายละเอียดของกฎหมายบางส่วน อาทิ จะมีหน่วยงานบริหารที่เป็นอิสระคล่องตัว เป็นแบบวันสต็อปเซอร์วิส มีการจัดตั้งผู้ว่าแต่ละเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมาบริหาร มีการกำหนดทุนประเดิมการจัดตั้ง กำหนดเขตพื้นที่ดิน และสิทธิประโยชน์ โดยในแต่ละเขตอาจให้สิทธิพิเศษไม่เท่ากัน เป็นต้น
       
       ทั้งนี้ กนอ. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เข้าไปลงทุนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 แห่ง ได้แก่ เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จ.ตาก ซึ่งถือเป็นประตูการค้าหลักเชื่อมกับพม่า เน้นอุตสาหกรรมการขนส่งและอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบจากพม่า หรือการผลิตสินค้าเพื่อขายในพม่าและอินเดีย บังกลาเทศ เป็นต้น เขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา จ.สงขลา และเขตเศรษฐกิจพิเศษอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ด้านเขตเศรษฐกิจพิเศษตราด และมุกดาหาร จะให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนพัฒนานิคมฯ ส่วนหนองคาย กนอ.มีนิคมฯที่ร่วมดำเนินการกับเอกชนอยู่แล้ว 

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก : http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000131655

ความคิดเห็น