home,repair,homes,repairs,house,houses,decoration,decor,decorations,fix,fixing,หาดใหญ่,สงขลา

หน้าหลัก > ข่าวสาร > ไทย-ญี่ปุ่นร่วมมือพัฒนารถไฟ

ไทย-ญี่ปุ่นร่วมมือพัฒนารถไฟ

       นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยได้มีการลงนามบันทึก MOC ระหว่างกระทรวงคมนาคมของไทย และกระทรวงที่ดินโครงการพื้นฐานการขนส่งและการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น ในเส้นทางแนวระเบียงเศรษฐกิจด้านใต้ (Southern Corridor)กาญจนบุรี-กรุงเทพฯ-แหลมฉบัง-อรัญประเทศ ระยะทางรวม 574 กิโลเมตร (ขนาดราง 1 เมตร) โดยถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ของประเทศไทย และเป็นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านในส่วนของประเทศเมียนมา โดยเป็นการเชื่อมทั้งหมด 4 เขตเศรษฐกิจพิเศษ ประกอบด้วย เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย, เขตเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี, เขตเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก (อีสต์เทิร์นซีบอร์ด) และเขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว โดยเป็นการเชื่อม 2 ท่าเรือน้ำลึก คือ ท่าเรือแหลมฉบัง กับท่าเรือน้ำลึกทวาย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาไทยได้มีการปรับปรุงเส้นทางเพื่อจะได้มีการเดินรถในการขนส่งสินค้าและขนส่งผู้โดยสารได้มากขึ้น โดยปัจจุบันกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี เดินรถให้บริการ 2 เที่ยว ทั้งในส่วนของรถโดยสาร และรถขนส่งสินค้า ทั้งนี้ การปรับปรุงดังกล่าวจะเป็นการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวได้อีกเส้นทางด้วย นอกจากนี้ จะมีการร่วมมือจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อบริหารการเดินรถ และการลงทุนในระยะต่อไปด้วย

นอกจากนี้ นายอาคม ยังกล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมชี้แจงโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ว่า ได้มีการหารือร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยที่ผ่านมาสมาคมฯ ได้แสดงความเป็นห่วงในส่วนของผู้ประกอบการขนาดเล็ก และขนาดกลาง ในเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการซึ่งถือว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่นั้น จะไม่มีโอกาสที่จะได้รับงานดังกล่าว ทั้งนี้ ได้มีการชี้แจงว่าโครงการขนาดใหญ่นั้น ต้องการความมั่นใจด้านความสำเร็จของโครงการ ซึ่งมีความจำเป็นที่หน่วยงานเจ้าของโครงการจะต้องมีการกำหนดคุณสมบัติของบริษัทที่จะเข้ามารับงาน เพื่อให้มีความมั่นใจว่างานจะสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่นั้นจะต้องมีองค์ประกอบด้านของเทคโนโลยีเข้ามาใช้ด้วย โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ โครงการรถไฟทางคู่ หรือโครงการปรับปรุงทางรถไฟก็จะต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เป็นส่วนหนึ่ง โดยจะต้องพิจารณาว่าบริษัทไหนที่มีความพร้อมที่จะรับโครงการไป ซึ่งประเด็นตรงนี้ก็จะนำไปพิจารณาว่าจะทำอย่างไรที่จะช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก และขนาดกลางสามารถรับงานได้

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก : http://www.reic.or.th/News/News_Detail.aspx?newsid=50815

ความคิดเห็น