home,repair,homes,repairs,house,houses,decoration,decor,decorations,fix,fixing,หาดใหญ่,สงขลา

หน้าหลัก > ข่าวสาร > “ธุรกิจรับสร้างบ้าน” กับการปรับตัวรับการแข่งขันปี 59

“ธุรกิจรับสร้างบ้าน” กับการปรับตัวรับการแข่งขันปี 59

 หากย้อนมองเมื่อช่วงก้าวสู่ศักราชใหม่ปีมะแม บรรดาผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อภาคธุรกิจรับสร้างบ้าน ต่างมีความหวังกันว่าบรรยากาศทางการเมืองที่สงบลงจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และพลิกฟื้นกำลังซื้อให้กลับคืนมา แต่เมื่อเวลาผ่านไป และก้าวเข้าสู่ช่วงไตรมาส 2-3 ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศกลับไม่เป็นดังที่คาดไว้ ตัวเลข และกราฟแสดงผลด้านเศรษฐกิจหลายตัวเริ่มดิ่งหัวลง เช่นเดียวกับภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว ผนวกกับเหตุระเบิดรุนแรงจากภัยก่อการร้ายที่เกิดขึ้นกลางกรุง เมื่อเดือนสิงหาคมปี 58 ได้ซ้ำเติมให้ความเชื่อมั่น และกำลังซื้อผู้บริโภควูบหาย ที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ปริมาณ และมูลค่าตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศปี 2558 ที่ผ่านมา ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้ 
       
       มูลค่าตลาด “บ้านสร้างเอง” ปี 58 รวม 8.9 หมื่นล้าน
       
       สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (Thai Home Builders Association: THBA) ประมาณการภาพรวมปริมาณ และมูลค่า“บ้านสร้างเอง” ทั่วประเทศปี 2558 คาดว่ามีมูลค่ารวมประมาณ 8.9 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 6 หมื่นหน่วยเศษ (เฉลี่ยหน่วยละ 1.4 ล้านบาท) จากเดิมเคยคาดการณ์ไว้มูลค่าประมาณ 1.2 แสนล้านบาท คิดเป็นมูลค่าที่ปรับตัวลดลงร้อยละ 20 โดยตลาดบ้านสร้างเองผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงเลือกว่าจ้าง “ผู้รับเหมารายย่อย” เป็นผู้ก่อสร้างบ้านมากกว่าว่าจ้าง“บริษัทรับสร้างบ้าน” เหตุผลเป็นเพราะ ประการแรก ผู้บริโภคในต่างจังหวัดยังเข้าไม่ถึงการให้บริการของผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน ประการที่ 2 ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านชั้นนำส่วนใหญ่ไม่รับสร้างระดับราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับราคาบ้านที่ผู้บริโภคเลือกปลูกสร้างมากที่สุด และประการสุดท้าย ผู้บริโภคไม่ต้องการแบกภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat 7%) จึงเลือกว่าจ้างผู้รับเหมารายย่อยที่ส่วนใหญ่ก็ไม่อยู่ในระบบภาษี
       
       ขณะที่ปริมาณ และมูลค่าตลาด “รับสร้างบ้าน” ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งต่างจังหวัดปี 2558 ลดลงเหลือมูลค่าเพียง 1.3 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 4.6 พันหน่วยเศษ (เฉลี่ยหน่วยละ 2.8-2.9 ล้านบาท) จากเดิมตลาดรับสร้างบ้านปี 2558 นี้ คาดว่ามีมูลค่าประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท หรือปรับตัวลดลงถึงร้อยละ 20
       
       การแข่งขันปี 58 
       
       ผลจากเศรษฐกิจประเทศที่ชะลอตัวในปี 2558 ทำให้ภาพรวมการแข่งขันในธุรกิจรับสร้างบ้าน มีทั้งแบบ “แข่งขันรุนแรง” และ “แข่งขันเบาบาง” โดยกลุ่มที่แข่งขันกันรุนแรงตลอดปี ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการชั้นนำที่ก่อสร้างด้วยระบบโครงสร้างสำเร็จรูป ซึ่งกลุ่มนี้มีศักยภาพในการผลิต หรือก่อสร้างบ้านได้มากถึง 200-300 หลังต่อปี และเน้นจับกลุ่มลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียงเป็นหลัก เช่น กลุ่มแลนดี้โฮม กลุ่มซีคอนโฮม และกลุ่มพีดีเฮ้าส์ (รับสร้างทั่วประเทศ) กลุ่มนี้จึงเน้นทำการตลาด และจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่องตลอดปี หวังกระตุ้นกำลังซื้อ และชิงแชร์ส่วนแบ่งตลาดให้มากที่สุด
       
       คาดการณ์มูลค่าตลาดรับสร้างบ้านปี 59 โตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
       
       สมาคมไทยรับสร้างบ้าน คาดการณ์ตลาดรวมรับสร้างบ้านทั่วประเทศในปี 2559 มีแนวโน้มทรงตัวหรืออาจปรับเพิ่มเล็กน้อย คิดเป็นปริมาณ และมูลค่ารวม 1.3-1.4 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 4.6-4.7 พันหน่วย ทั้งนี้ ประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจ และกำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวดี สำหรับปัจจัยบวก และลบที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจรับสร้างบ้าน ดูจะมีเพียงการปรับลดลงของราคาน้ำมัน นอกนั้นยังมองไม่เห็นปัจจัยบวกใดๆ ขณะที่ปัจจัยลบ เช่น ภาคธุรกิจส่งออกที่ชะลอตัว ปัญหาภัยแล้ง ราคาสินค้าภาคการเกษตรลดลง และความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อภาวะเศรษฐกิจ ฯลฯ ทั้งหมดล้วนส่งผลทำให้กำลังซื้อภายในประเทศชะลอตัว
       
       ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้รัฐบาลจะพยายามเร่งรัดลงทุนเมกะโปรเจกต์ แต่เชื่อว่าคงไม่อาจส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และภาคธุรกิจให้กลับมาคึกคักได้มากนักในปี 2559 โดยเฉพาะภาคธุรกิจเองก็ยังไม่มั่นใจต่อทิศทาง และสถานภาพการเมืองของประเทศ จึงทำให้ยังชะลอการลงทุนใหม่ๆ เอาไว้อีกระยะหนึ่ง
       
       สำหรับในปี 2559 สิ่งที่ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านควรให้ความสำคัญมากๆ คือ การปรับตัวเพื่อให้พร้อมเผชิญต่อภัยคุกคาม และกำลังซื้อที่เชื่อว่าจะยังไม่ฟื้นตัว ตลอดจนสภาพตลาดรับสร้างบ้านที่มีแนวโน้มว่าจะแข่งขันราคากันรุนแรง รวมถึงควรหาทางสร้างโอกาสใหม่ๆ เพื่อมีความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น การพัฒนาระบบก่อสร้างให้สามารถสร้างได้รวดเร็วขึ้น ราคาประหยัด ฯลฯ ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคที่มีกำลังซื้อจำกัด แต่มีอำนาจการต่อรองสูง
       
       นายกฯ สะท้อนมุมมอง และชี้แนะ
       
       นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน กล่าวว่า ปี 2559 นี้ถือเป็นปีเริ่มต้นของการเปิดสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี (Asian Economic Community : AEC) ซึ่งจะเป็นทั้งโอกาส และภัยคุกคาม สำหรับการแข่งขันของทุกภาคธุรกิจ ในส่วนของภาคธุรกิจรับสร้างบ้านยอมรับว่ายังไม่ชัดเจนนัก หากจะประเมินว่ามีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางใด อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการก็ไม่ควรประมาท และควรเร่งสร้างความแข็งแกร่งขององค์กร ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และลดต้นทุนทางการเงิน การสร้างชื่อเสียงองค์กร หรือแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ และยอมรับของผู้บริโภคในวงกว้าง ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และทำให้สามารถรับมือต่อการแข่งขันของผู้ประกอบการต่างชาติได้ นอกจากนี้ บรรดาผู้ประกอบการรับสร้างบ้านควรตระหนักถึง “การบริหารความเสี่ยง” เพราะการจะรุก-รับกับสถานการณ์ และภาวะเศรษฐกิจปี 59 นี้
       
       สำหรับในปี 2559 นี้ ภารกิจหลักๆ ของสมาคมไทยรับสร้างบ้านนั้นจะเน้นสร้างการรับรู้สู่ผู้บริโภค และประชาชนให้มากขึ้น โดยเฉพาะความเข้าใจที่มีต่อผู้ประกอบการรับสร้างบ้านมืออาชีพอย่างถูกต้อง ในอดีตธุรกิจรับสร้างบ้านมีปัญหา คือ ผู้บริโภคไม่เข้าใจว่า “รับสร้างบ้าน” กับ “ผู้รับเหมารายย่อยทั่วไป” แตกต่างกันอย่างไร ในเวลาต่อมากลุ่มผู้ประกอบการมืออาชีพได้ทำความเข้าใจต่อผู้บริโภคจนเป็นที่เข้าใจ
       
       แต่ในปัจจุบัน ผู้บริโภคเริ่มมีความสับสนว่า “รับสร้างบ้านมืออาชีพ” กับ “รับสร้างบ้านทั่วไป” แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งต้องยอมรับว่า วันนี้มีผู้ประกอบการ “รับสร้างบ้าน” เกิดขึ้น และเข้ามาแข่งขันทั่วประเทศจำนวนมาก โดยหาใช่มืออาชีพตัวจริงเสียงจริง เรื่องนี้สมาคมฯ เห็นว่า ควรต้องสร้างความชัดเจน และให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภค และประชาชนอย่างถูกต้อง เพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิด และตัดสินใจเลือกใช้บริการด้วยเหตุผล “ราคาต่ำกว่า” ทั้งที่จริงแล้วคุณสมบัติของผู้ประกอบการ รวมถึงลักษณะการให้บริการแตกต่างกันสิ้นเชิง
       
       นอกจากนี้ การสร้างเวทีกลางให้ผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน และที่เกี่ยวข้องมีโอกาสมากขึ้นที่จะได้พบกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย และประชาชนทั่วไป ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งต่างจังหวัด ซึ่งสมาคมฯ จะเป็นแกนหลักที่ช่วยสร้างให้เกิดกิจกรรมการตลาด และการขาย รวมถึงขยายการรับรู้ผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจนี้ โดยเฉพาะกลุ่มสมาชิกสมาคมฯ ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภค และประชาชนทั่วประเทศ หรือในวงกว้างมากขึ้น อย่างเช่น งานมหกรรมสร้างบ้าน และวัสดุก่อสร้าง 2559 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-31 มกราคมนี้ ณ ศูนย์แสดงสินค้าฯ อิมแพค เมืองทองธานี ถือเป็นหนึ่งในหลายๆ กิจกรรมของปี 59 ที่สมาคมฯ จัดขึ้น เพื่อจะผลักดันภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านให้ขยายตัวดังที่กล่าวข้างต้น
       
ขอขอบคุรข้อมูลดีดีจาก : http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000142356

ความคิดเห็น